Technics
หลักสำคัญในการเลือกเว็บโฮสติ้งให้เหมาะสมกับงานของคุณ
ก่อนอื่นคุณควรรู้จักโฮสติ้งก่อนว่าคืออะไร โฮสติ้งคือ พื้นที่สำหรับจัดเก็บข้อมูลรูปภาพ หรือ โปรแกรมต่างๆในส่วน ที่เราเรียกว่า เว็บเซิร์ฟเวอร์ (Web Server) เชื่อมต่อกับอินเตอร์เน็ตตลอด 24 ชั่วโมง เป็นการเผยแพร่เว็บเพจ ให้ผู้อื่นเข้าชม โดย Web Hosting จะเชื่อมต่อกับ internet ตลอดเวลา
หลักในการเลือก Web Hosting คุณควรพิจารณาจากอะไร
- ขนาดพื้นที่ในการจัดเก็บข้อมูล
ขนาดพื้นที่ในการจัดเก็บข้อมูล ต้องพอเพียงกับข้อมูลของ Web Site ที่จัดทำ ปกติพื้นที่ขนาด 5 MB ก็เพียงพอต่อการนำเว็บไซต์ทางธุรกิจทั่วไป ที่มี่ภาพและข้อมูล หากมีข้อมูลเป็นจำนวนมาก เช่น ข้อมูลรูปภาพ หรือไฟล์เอกสารต่างๆ ที่จะเปิดให้ลูกค้าสามารถดาวน์โหลดได้หลายรายการ และแต่ละไฟล์มีขนาดใหญ่ ท่าน อาจจะต้องพื้นที่เพิ่ม
- Hosting ของคุณจะตั้งอยู่ในประเทศหรือต่างประเทศ กลุ่มเป้าหมายของเว็บของคุณที่จะเข้ามาที่คุณคือใคร ถ้าเป็นลูกค้าในประเทศ ก็ควรเลือก Hosting ที่ตั้งอยู่ ในประเทศ เพราะเวลาลูกค้าคุณกดดูข้อมูลในเว็บไซต์คุณ ก็จะสามารถเข้าถึงข้อมูลได้เร็วกว่า แต่หาก ลูกค้าคุณเป็นลูกค้าต่างประเทศ ก็ควรเลือก Hosting ที่ตั้งอยู่ต่างประเทศ จะได้รวดเร็วกว่าที่จะต้องเข้ามา ดูข้อมูล ที่เก็บไว้ที Hosting ในเมืองไทย
- เว็บของคุณจะใช้โปรแกรมภาษาอะไรในการพัฒนา
เว็บไซต์คุณมีการใช้เว็บโปรแกรมมิ่งใน การทำเช่น เว็บบอร์ด , โปรแกรมส่งเมล์หาสมาชิก (Mailing List), หรือ โปรแกรมการเก็บฐานข้อมูล (Database) คุณควรจะตรวจสอบกับทางผู้ให้บริการ Hosting ว่า Server ของเค้าเป็น OS อะไร ถ้าหากเป็น Windows ก็สามารถใช้กับ ภาษาในการเขียนโปรแกรมได้แก่ ASP, PHP, Perl ได้ แต่หากเป็น Unix ก็จะสามารถใช้ได้แค่ PHP, Perl เท่านั้น
วิธีการทำเว็บไซต์ให้ได้ดี
ก่อนนั้นการที่เราจะทำเว็บไซต์ได้สักเว็บไซต์หนึ่ง ต้องมีความรู้ในภาษา html ให้ดีก่อน ซึ่งเหมือนกันหัดเรียน การเขียน ภาษาคอมพิวเตอร์โปรแกรมหนึ่งเลยทีเดียว ก่อนที่เราจะทำ เว็บไซต์เราต้องรู้ถึงจุดมุ่งหมายเสียก่อน ว่าเรา จะทำเว็บไซต์เพื่อและทำให้ใคร ในการกำหนด กลุ่มเป้าหมาย จากนั้นเราต้องทำการสร้างโครงร่างก่อน หรือที่เรียกว่า การออกแบบอัลกอริทึม หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่าการร่างโฟลชาร์ด ซึ่งเป็นขั้นตอนที่สำคัญ ขั้นตอนหนึ่ง ที่ไม่ควร มองข้าม และให้ความสำคัญเพราะถ้าเว็บของเรานั้นใหญ่โตขึ้น อย่างน้อยการวางแผนที่ดี ย่อมลดปัญหา ที่จะเกิด ตามมาอย่างแน่นอน พอเราเริ่มมีเว็บจำนวนหน้ามากขึ้นปัญหาในการปรับปรุงดูแลรักษาก็ตามมา คือการแก้ไข ลิงค์เมนูต่างๆ จะเปลี่ยนทีก็ต้องทำทุกหน้าหรือจะมีการแก้ไขระบบอื่นๆก็ต้องมาตามแก้กันใหม่อีก การออกแบบ เว็บไซต์เป็นสิ่งที่ดีแต่การวางแผนการทำงานย่อมสำคัญกว่า หลักอันแรกคือการกำหนดลักษณะใช้งานก่อนว่าเราจะกำหนดว่าผู้ใช้เป็นกลุ่มผู้ใช้แบบใด ใช้เครื่องมืออะไรในการ เขียนการจัดการเว็บ กำหนดรูปแบบการติดต่อกับผู้ใช้ กำหนดลักษณะการแก้ไข การเข้าถึงข้อมูลของผู้ดูแลเว็บเอง ด้วย เพื่อการแก้ไขที่รวดเร็วและมีการผิดพลาดน้อยใช้เวลาในการดูแลน้อย ยกตัวอย่าง เช่น การทำเว็บแนว Portal คือมีการปรับปรุงเนื้อหาทันที มีการตอบสนองได้ตลอดเวลา มีการปรับปรุงเนื้อหาได้จากหน้าเว็บจาก Browser และ ใช้ระบบฐานข้อมูลขนาดใหญ่ ลักษณะเว็บนั้นต้องมีการทำเมนูแบบตอบโต้ได้อย่างต่อเนื่อง และมีระบบสมาชิกไว้ใน การทำสถิติและบริการอื่นๆ ในอนาคตได้
เมื่อเราได้รูปแบบโดยรวมแล้ว เราก็มาดูว่าเราจะทำโดยใช้อะไร ถ้าใช้ html ธรรมดา ทำระบบข้อมูลลงเว็บโดยผ่าน browser นั้นทำไม่ได้แน่ เราต้องใช้ CGI (Common Gateway Interface) มาช่วย ต้องมาดูอีกว่าเรา จะใช้อะไร ในภาษาเหล่านีเพราะว่ามีมากเหลือเกินไม่ว่าจะเป็น Perl , PHP , ASP , JSP , ฯลฯ แต่ในที่นี้เราใช้ฐานข้อมูล ขนาดใหญ่ จะมาใช้ Perl + DBText คงไม่ได้ เพราะว่าเปลื้องการโปรแซสระบบมากเกินไป อาจทำให้ระบบล่มได้ง่าย หรือจะ Perl + MySQL ก็คงยากเพราะว่าต้องมีฝีมือในการทำและไม่เป็นที่นิยม ซึ่งถ้าระบบในการทำเว็บคุณ อิงใน ด้านของ Windows NT Family ก็คงจะเป็น ASP + ODBC หรือถ้าเป็น UNIX (Linux , FreeBSD , Solaris) ก็คงจำเป็น PHP + MySQL ที่เป็นเหมือนของที่ทำมาคู่กันเลยทีเดียว เมื่อเราได้ลักษณะการทำงาน ของภาษาที่เขียน เว็บแล้วก็มาถึงการออกแบบครับ
ต่อมาเราจะพูดถึงการออกแบบหน้าเว็บครับ การออกแบบหน้าเว็บนั้นเราต้องคำนึงถึงการใช้งาน ที่สะดวกในการค้นหา ข้อมุลภายในเว็บต่างๆ ซึ่งเราควรไล่การทำระบบค้นหาจากส่วนที่มีความสำคัญมากลงมาแต่ว่า ในการทำเว็บนั้นไม่ ควรที่จะมีการกระพริบเน้นมากจนเกินไปครับ จะทำให้ลายตาสับสน การออกแบบเมนูการใช้งานนั้น ควรคำนึงถึง สัดส่วนการใช้งาน ที่ดีคือการจัดอันดับความสำคัญ ความเป็นไปได้ในการใช้งานและการออกแบบระบบ CGI บางครั้ง ข้อจำกัดในความเร็วในการโหลดข้อมูลของผู้ใช้ที่ต้องคำนึงถึงพอสมควร การแบ่งหน้าที่ในการดูแลส่วนต่างๆ ทำให้เว็บ ดูมีการตอบสนองมากขึ้น มีการดูแลระบบต่างๆ ได้อย่างดีไม่มีข้อผิดพลาด การดูแลนั้นรวมไปถึงการดูแลหน้าตาเว็บ ระบบโปรแกรมต่างๆ ในเว็บ การปรับปรุงการใช้งานจากการที่ผู้ใช้เสนอแนะ มาอาจจะใช้เวลามากหน่อย แต่ว่าตรงจุด เป้าหมาย มากกว่าที่เราคิดซึ่งในลักษณะนี้จะใช้ได้ดีต่อเว็บที่เป็นแนวอีคอมเมิร์ชครับ
|